วันอาทิตย์ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2550

ของขวัญวันเกิด II


อันเนี่ยะตอนแรกว่าจะไม่ใช้นะ
แก่ก้อเผลอเอามาห้อยมือถือ
เพื่อนบอกสวยดี...
ราเมงของเพื่อนก้อมะกล้ากิน
ไว้แบบนั้นมันจะเสียมะเนี่ยะ
อยากเก็บไว้มากกว่านะ
มันมีความหมายที่ดีมากว่า
ความอร่อยของมัน

ของขวัญวันเกิด


ชอบมากเลยอ่ะ
จริง ๆ ไม่ต้องมากมายขนาดนี้ก้อได้
แต่ก้อ..ขอบใจนะเพื่อน love

วันเสาร์ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2550

คิดถึงเค้าจัง


อยู่ดี ๆ ฉันก้อคิดถึงใครบางคนขึ้นมา ทุกครั้งที่ไปร้องคาราโอเกะ กับเพื่อน ฉันต้องลุกขึ้นมาร้องเพลงอยู่เพลงหนึ่ง และก้อร้องได้ดีซะด้วย สงกะสัยจะอินกะเนื้อเพลงแน่ ๆ ความจริงฉันก้อว่ามันอย่างนั้นแหละ ใครบางคนที่ฉันได้เจอเค้าอีกครั้งเมื่อ 2 ปีที่แล้วทั้งๆ ที่จากกันไปนานเกือบ 4 ปี ฉันตื่นเต้นที่สุดเลย ความจริงระหว่างเราไม่ได้บอกเลิกกันเลยด้วยซ้ำไป เราห่างกันเรื่อย ๆ และเค้าก้อไม่
คิดจะง้อฉัน เหตุผลอะไรนั้น ฉันไม่รู้ แต่วันนั้นที่เจอเค้า มันได้แต่อึ้ง และแค่ยิ้มให้เค้า ทำได้แค่นี้จริงๆ ทั้ง ๆ ที่ความจริงอยากจะคุยกับเค้าให้มากที่สุด แต่คงเป็นไปไม่ได้ ผ่านไปไม่นานเค้าแวะมาทำธุระที่บริษั่ทฉันอีก ฉันทำได้แค่เพียงมองผ่านไป และทำเป็นไม่เห็นเค้า นั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่เราได้เจอกัน แต่ก้อไม่ได้พูดคุยอะไรกันเลย มีคนบอกว่าฉันใจร้ายกับเค้ามาก แต่ฉันว่าเค้าใจร้ายกับฉันที่สุดต่างหาก เพราะเค้าไม่เคยเลือนหายไปจากความทรงจำฉันเลย เข้าสู่ปีที่ 7 ฉันก้อยังลืมเค้าไม่ได้สักที แล้วฉันจะเริ่มต้นใหม่ได้ยังไง
เพราะฉันไม่แข็งแรงพอ หรือเพราะฉันมันงี่เง่ากับรักครั้งแรกมากไป

เพื่อนชายคนใหม่...


คนนี้มะรู้อยู่ดี ๆ มาขอทำความรู้จักกันซะงั้นมะรู้มาจากไหน ไว้ใจได้ป่าวเนี่ยะ ไอ้รูปที่เห็นตัวตนจริง หรือ มันแค่รูปหนึ่งใบน่ะ

บ่นอย่างเดียว

วันนี้เหนื่อยจัง

แต่ก้อยังอยากไปแดนซ์ให้กระจายเลยล่ะ

เบื๊อ..เบื่อใครบางคนที่ทำงาน ฉันนะไม่เคยอยากมีเรื่องกะใครเท่า

ยายคนนี้เลย บ้าบอคอแตกที่สุด คนอารายทุเรศอ่ะ

วันนี้บ่นได้อย่างเดียวนะทำอย่างอื่นไม่ได้มากกว่านี้

แต่ก้อแอบให้มีเรื่องดีใจ

แล้วพรุ่งนี้มาเล่าให้ฟัง

เอ้..แล้วฉันจะเล่าให้ใครฟังล่ะ

ว้า.เพ้อเจ้อแล้วตู


วันพุธที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2550

ใกล้ปีใหม่แล้ว


คิดจะเปลี่ยนแปลงอะไรในตัวเองดีนะปีใหม่ที่จะมาถึงนี้

ความจริงฉันก้อคิดแบบนี่ทุกปี แต่ก้อทำได้ไม่กี่อย่าง

เอ๊ะ!! หรือว่าฉันทำไม่ได้เลยสักอย่างน้า...

แต่ที่แน่ๆ ปีหน้าฉันก้อยังจะบ้าซีรีส์และเพลงเกาหลีต่อปาย

ทำจัยกันหน่อยนะคะครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นคุณแม่ พี่สาว น้องสาว

และ ข้าวฟ่าง หลานตัวน้อยของฉัน ตอนนี้ 1ขวบ กับ หกเดือน แล้ว

โอ้ย!! พิมพ์ไปปวดท้องไป เพราะกินของเผ็ดมามื้อเย็นนี้

ไม่ได้พกพามาด้วย นั่งทนปวดต่อไป ตายหน้าคอมฯ ที่ร้านเน็ตเนี่ยะ

คงอายเค้าน่าดูน่ะ

เรื่องราวของผู้จัดการของฉันวันนี้เค้าก้อก่อเรื่องอีกแล้ว เรื่องราว

ลับ ๆ ของเค้ากำลังวิ่งพุ่งเข้ามารายงานตัวกะฉันทีละเรื่อง

หลังจากกิ๊กเพื่อนรวมงานของฉันจนใคร ๆ ก้อบอกว่าแกนะเป็นสมภาร

กินไก่วัดชัด ๆ คำพูดเนี่ยะเหมาะกะผู้จัดการฉันที่สุด ล่าสุดนี้

ก้อเริ่มปฏิบัติการตามล่ากิ๊กอีกแล้ว

ผู้หญิงคนนี้ไม่ไกลตัวเค้าและฉันเท่าไหร่ มันก้อเหมาะแล้วกับฉายาของเค้า

เค้าทำงานบริษัทเดียวกันแต่อยู่คนละสาขา

หลายเดือนที่แล้วฉันได้เจอผู้หญิงคนนี้เป็นครั้งแรกเพราะเค้าแวะมาเล่น

ที่สาขาฉัน และทักทายกับเพื่อนร่วมงานทุกคน

รวมทั้งพูดคุยกะผู้จัดการ และแล้วสายตาของฉันมันก้อทำงานและประมวลผล

ออกมาได้ว่า เค้าสองคนสนิทกันมากมาย ฉันถามเพื่อนร่วมงานคนหนึ่ง

พี่เค้าบอกว่า สองคนนี้เค้าเคยอยู่สาขาเดียวกันที่กรุงเทพฯมาก่อน

ไม่แปลกหรอกที่จะดูหนิดหนมกว่าใครๆ หลังจากที่ฉันได้คำตอบที่แม้มันจะ

ขัดแย้งกะสายตาอันแหลมคมของฉันแล้วก้อตาม ฉันก้อทำเป็นไม่สนใจต่อไป

แต่มันก้ออดคิดไม่ได้ในทุกครั้งที่เห็นเค้าสองคนเวลามาเจอกันแล้วจะ

มีปฏิกิริยาที่มัน แปลก ๆ อย่างเช่น สายตาของเค้าทั้งค่ การเล่นหัวกันและกัน

โดยไม่แคร์สายตาคนรอบข้าง (หรือเพราะโลกมันสีชมพูไปเลยมองมะเห็นผู้หญิงตัวดำ ๆ อย่างฉันนะ)

และแล้วฉันก้อเริ่มรู้อะไรบางอย่างมากขึ้น เพื่อนร่วมงานคนนึงของฉันทีค่อนข่างรู้จักกะผู้หญิงคนนี้มากกว่าฉันได้บอกว่าผู้หญิงคนนี้เลิกกะแฟนไปแล้วเมื่อ สอง เดือน ก่อน ซึ่งถ้าฉันนั่งทบทวนอะไรบางอย่างก้อพอจะเข้าใจได้ว่าช่วงเดือนสองเดือนที่ผ่านมาเค้าเจอกันบ่อยขึ้น ทำตัวสนิทกันมากขึ้น โทรหากันมากขึ้น และแล้วมันก้อเกิดเรื่องจริง ๆ เค้าคบกันจิง เพราะเรื่องคืนนั้นที่ทำให้ทุกอย่างเริ่มกระจ่าง




วันอังคารที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2550

หัวใจเต้นแรง


ฉันไม่เข้าใจจิง ๆ ทำไมทุกครั้งที่ได้ยินเพลงประกอบซีรี่ส์เกาหลีทีไร ฉันนะตื่นเต้นทุกที เหมือนจะได้เป็นนางเอกมิวสิค หรือ นางเอกซีรี่ส์เองซะงั้น ฟังแล้วสบายใจมาก ตอนนี้มีอัลบั้มรวมเพลงประกอบซีรี่ส์ปี 2008 ออกมาแล้วนะ ความจริงมันก้อมีซ้ำกันกับอัน เก่า ๆ ตั้งแต่ 2005-2007 เราก้อมีแล้ว ถ้าซื้อมามันจะคุ้มมั้ยเนี่ยะ...(งก..อีกแล้ว)
.................................
วันนี้ทำงานเสร็จตั้งใจจะไปอ่านหนังสือเล่มเก่า ๆ ที่ความจริงมันก้อยังใหม่อยูเพราะ ฉันนะยังมะทันได้เปิดอ่านเลย ดูรูปแล้วก้อผ่านกะว่าถ้ามีเวลาจะอ่านให้จบ
สุดท้ายพอได้ใหม่แล้วก้อลืมเก่า
...............................

วันจันทร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2550

ขอนินทาเค้าหน่อยนะ


วันนี้ฉันน่ะ อึดอัดมากเลยกะผู้ชายแบบนี้และผู้ชายแบบนี้ดันมาเป็นผู้จัดการของฉันซะอีก เค้าน่ะเจ้าชู้มากเลยอ่ะ แต่ไม่ได้มากะหล่อนกะฉันหรอกน่ะ ดีนะที่ฉันมะสวยพอที่เค้าอยากจะงาบ แต่ที่ทนเห็นอะไรและได้ยินเรื่องราวของเค้ามาแล้วอดที่จะเอามาระบายใสไอ้จอเหลี่ยมเนี่ยมะได้

ความจริงเค้านะเป็นผู้ชายที่จัดว่าหน้าตาธรรมดาแค่ขาวเท่านั้น แต่ฉันไมเข้าใจว่าทำไมเค้าถึงเสน่ห์แรงขนาดหนี้ หรือเพราะ ผู้หญิงเรายอมโง่ให้เค้าหลอกกันแน่ หรือเพราะทั้งคู่นั้นแค่อยากสนุกชั่วคราว ทั้ง ๆ ทีผู้ชายคนนี้ใคร ๆ ก้อรู้ว่าเค้ามีแฟนเป็นตัวเป็นตน สวยดีซะด้วย อาจจะมีแค่คนเท่านั้นที่อาจจะมะรู้ แต่ก้อโทษคนนั้นมะได้
ฉันนะ ทำงานกะเค้าได้เกือบปีแล้ว ต้องบอกก่อนนะว่าฉันน่ะ มีซิกเซ้นท์ที่ยอดเยี่ยมไปเลยทีเดียว เกี่ยวกับการดูคน แต่อาจจะใช้มะได้กะใครบางคนก้อได้ แต่คงมะใช่ผู้จัดการของฉันแน่ เพราะทุกครั้งที่เค้าแอบไปมีใครอีกคนที่ใคร ๆ ก้อเรียกกันว่ากิ๊กนะ ฉันก้อมักจะแอบสังกะสัยเสมอ อยากรู้มั้ยว่าเรื่องราวของเค้านะ แย่แค่ไหน "_"!
ฉันทำงานได้ประมาณ 2 เดือน เพื่อนร่วมงานที่จัดว่าสวยที่สุดใน shop มาขอคำปรึกษาจากฉัน ความจริงฉันว่าเค้าคงอยากระบาpอารมณ์ของเค้ามากกว่าและมันดูจะเป็นอารมณ์ที่มีความสุขซะด้วย เธอคนนั้นก้อมีแฟนแล้ว_ เฮ่อ ฉันมะเข้าใจจริงๆ_ เค้าบอกว่า "พี่คะ หนูมีเรื่องจะเล่าให้ฟัง แต่พี่สัญญาได้มั้ยว่าจะไม่เล่าให้คนอื่นฟัง" ฉันตอบตกลง
จึงได้รู้ว่า "หนูคบกับผู้จัดการนะ" ฉันได้แต่ทำน้านิ่ง ๆ
เพื่อนร่วมงานก้อเลยถามว่า พี่รู้แล้วเหรอ
" อืม..ความจริงก้อสงสัยอยู่นะ"
หลังจากวันนั้น เค้าก้อเล่าให้ฉันฟังตลอดว่าไปไหนกันบ้าง ผู้ชายแย่ ๆ ที่เป็นผู้จัดการฉันนะ เค้าพูดอะไรที่โกหกหรือตอแหลเสมอเลย เช่นว่า นิ้วมือ...ชื่อ..สวย / ผม...ก้อสวยน่ะ พี่ชอบมากเลย / ....รู้มั้ยว่า...หน้าเหมือนแฟนเก่าพี่ที่เลิกกันไปแล้วมากเลย แต่เพื่อนร่วมงานฉันกลับคิดว่ามันจริงและจัง
ไม่กี่วันหลังจากที่เพื่อนร่วมงานเล่าเรื่องต่าง ให้ฟังนั้น ทุกคนใน shop ก้อเริ่มสังสัยว่ามันมีอะไรผิดปกติระหว่างชายหญิงคู่นี้ และต่างก้อเอามาพูดกันทั้งนั้น เม้าท์กันสนุกปากเชียวหล่ะ ฉันเองก้อต้องอยู่ร่วมในวงสนทนา และทำท่าทางว่าไม่รุ้เรื่องมาก่อน เป็นคนสุดท้ายที่รู้เรื่องนี้ด้วยซ้ำไป แต่รู้อะไรมั้ย ฉันไม่เคยเอาเรื่องที่ฟังจากทางนี้มาเล่าให้ทางโน้นฟังหรอกน่ะ ไม่อยากเปก็นนกสองหัว ใครที่ตกอยู่ในสถานการณ์แบบฉันก้อต้องทำแบบฉันใช่มั้ย เราทำอะไรมะได้นอกจากฟังและเก็บเงียบเท่านั้น _ตกที่นั่งลำบากซะแล้วเรา _ แต่ไม่นานความก้อแตก แฟนเค้ารู้เรื่อง เตรียมเก็บของย้ายออกจากห้อง ผู้จัดการฉันมีรึจะให้ผ้ญิงที่แสนดีอย่างพี่...ไป วันนั้นเค้าไม่สบาย ก้อเลยกลับไปก่อน ให้ผู้ช่วยดูแลงานต่อ แต่พอเกิดเรื่อง เค้าก้อกลับมาที่ shopและโวยวายพนักงานทุกคนยกเว้นฉัน เรียกทุกคนเข้าไปสอบสวนยังกับตำรวจกะผู้ร้าย เค้าว่าพนักงานเอาเรื่องเค้ากะ....ไปพูดแบบผิด ๆ ทำให้แฟนเค้าเข้าใจผิด แปลกนะที่เค้าถามทุกคนแต่ไม่ถามฉันสักคำ เพราะอะไรนะเหรอ เพราะเค้ารู้ดีว่ากิ๊กเค้านะเล่าให้ฉันฟังทุกเรื่องแล้วล่ะ มีเหรอจะกล้าถาม แต่เรื่องนวันนั้นก้อมะได้ทำให้เค้ากะแฟนเค้าเลิกกันจริงหรอกน่ะ ผู้หญิงที่ใจอ่อน ต้องมาเจอผู้ชายกะหล่อนและบางทีก้อด้านแบบสุด ๆ ด้านไม่เลิกกะเค้า ทั้ง ๆ ที่เวลาอยู่กะกิ๊กจะบอกกิ๊กเสมอว่าอยากจะเลิกกับแฟนเพราะทนนิสัยแย่ ๆ ของแฟนตัวเองมะได้ แต่พอเรื่องแดงขึ้นมาก้อบอกแฟนตัวเองว่า ผู้หญิงมันมาให้ฟรี ๆ ผู้ชายที่ไหนจะไม่เอา..โอ้โห...ไม่ได้ใช้สมองคิดแน่ดๆ ตอบแบบนี้ให้อวัยวะส่วนล่างคิดแทนแหง ๆ
สุดท้ายเพื่อนของฉันหรือวากิ๊กของเค้าก้อต้องออกจากงานไป
สุดท้ายผู้ชายก้อทำร้ายผู้หญิง
เนี่ยะน่ะ แค่เริ่มต้น ยังมีอีกคนตอนนี้กำลังจะเป็นเรื่อง และก้อเหมือนเดิม ฉันสังสัยมาตั้งนานแต่ใคร ๆ ก้อบอกกับฉันว่าเค้าเป็นเพื่อนจาก สาขา......ก้อเลยสนิทกัน แต่...ฉันว่า มันเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อซะมากกว่า
ต้องกลับไปดูหนังแล้ว
ต่อวันอื่นละกันนะ

วันเสาร์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2550

Happy D-Day


happy มากเลยอ่ะ กะวันนี้ แต่บอกไม่ถูกว่าสุขเรื่องรัย


ไปดูดงบังกะเพื่อนและน้องๆ มาเมื่อวันที่ 15 ธ.ค.

อันเนี่ยะ happy ที่สุด